"โรคไต" ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม รู้ทัน ป้องกันได้ ก่อนสายเกินไป
โรคไต เป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยในคนไทย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่น่ากังวลคือ โรคไตในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากทราบว่าตนเองเป็นโรคเมื่อเข้าสู่ระยะที่รุนแรงแล้ว การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไตตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันและชะลอความเสื่อมของไตได้อย่ามีประสิทธิภาพ
โรคไตคืออะไร?
ไตเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่กรองของเสียและสารพิษออกจากเลือด ควบคุมสมดุลน้ำ เกลือแร่ และความดันโลหิต รวมถึงมีบทบาทในการสร้างเม็ดเลือดแดง หากไตทำงานผิดปกติหรือเสื่อมลง จะส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกายอย่างมาก
โรคไตสามารถแบ่งได้เป็น
- โรคไตเฉียบพลัน เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มักมีสาเหตุจากการติดเชื้อ ภาวะขาดน้ำ ไตอักเสบจากโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ หรือการใช้ยาบางชนิด
- โรคไตเรื้อรัง เป็นภาวะที่ไตค่อยๆ เสื่อมลงอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลานานหลายปีและอาจนำไปสู่ภาวะไตวายระยะสุดท้าย ในผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง แพทย์จะแบ่งระยะของโรคนี้ออกเป็น 5 ระยะ โดยแบ่งตามประสิทธิภาพของอัตราการกรองของเสียของไต ได้แก่
- โรคไตเรื้อรังระยะที่ 1 มีค่าการทำงานของไต (eGFR) มากกว่า 90 มิลลิลิตรต่อนาที
- โรคไตเรื้อรังระยะที่ 2 มีค่าการทำงานของไต (eGFR) ประมาณ 60‐89 มิลลิลิตรต่อนาที
- โรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 มีค่าการทำงานของไต (eGFR) ประมาณ 59‐30 มิลลิลิตรต่อนาที
- โรคไตเรื้อรังระยะที่ 4 มีค่าการทำงานของไต (eGFR) ประมาณ 15‐29 มิลลิลิตรต่อนาที
- โรคไตเรื้อรังระยะที่ 5 มีค่าการทำงานของไต (eGFR) น้อยกว่า 15 มิลลิลิตรต่อนาที
ในช่วงระยะที่ 1‐3 ของโรคไตเรื้อรัง ระบบการกรองของเสียและสารพิษของไตจะยังไม่ผิดปกติมากนัก ผู้ป่วยควรได้รับการดูแลรักษาตั้งแต่ระยะแรก หากโรคดำเนินเข้าสู่ไตเรื้อรัง ระยะที่ 4 หรือ 5 แล้ว ผู้ป่วยจะได้รับผลกระทบจากภาวะแทรกซ้อนของการขับของเสียได้ลดลงจนนำเข้าสู่การรักษาที่ต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตต่อไป
ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคไตพบได้บ่อย ได้แก่
- โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- การใช้ยาแก้ปวดหรือสมุนไพรบางชนิดเป็นเวลานาน
- การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะซ้ำๆ
- พฤติกรรมการรับประทานอาหารรสเค็มจัด
- โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
- ภาวะอ้วน สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- พันธุกรรมหรือมีประวัติโรคไตในครอบครัว
อาการของโรคไตที่ควรสังเกต
ในระยะแรกอาจไม่มีอาการชัดเจน แต่เมื่อโรคดำเนินไป อาจพบอาการดังต่อไปนี้
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
- ปัสสาวะบ่อยหรือปัสสาวะน้อยลงผิดปกติ
- ปัสสาวะมีฟอง สีเข้ม หรือมีเลือดปน
- บวมบริเวณหน้า เท้า หรือข้อเท้า
- ความดันโลหิตสูงควบคุมได้ยาก หรือความดันโลหิตสูงในกลุ่มที่อายุน้อยกว่า 40 ปี
การตรวจวินิจฉัยโรคไต
การตรวจสุขภาพเป็นประจำช่วยให้สามารถค้นพบโรคไตได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยแพทย์จะพิจารณาจาก
- การตรวจเลือดเพื่อประเมินการทำงานของไต เพื่อหาค่าสารโปรตีนและเม็ดเลือดแดง ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่ปะปนอยู่ในปัสสาวะ แต่หากตรวจพบ ก็แสดงว่าไตคัดกรองของเสียไม่หมด จึงมีสารเหล่านี้เจือปนอยู่ในปัสสาวะด้วย
- การตรวจปัสสาวะ เพื่อหาค่าสารโปรตีนและเม็ดเลือดแดงซึ่งโดยทั่วไปจะไม่ปะปนอยู่ในปัสสาวะ แต่หากตรวจพบ ก็แสดงว่าไตคัดกรองของเสียไม่หมด จึงมีสารเหล่านี้เจือปนอยู่ในปัสสาวะด้วย
- การอัลตราซาวด์หรือเอกซเรย์ไต เพื่อดูภาพความผิดปกติของไต รวมถึงอวัยวะในระบบทางเดินปัสสาวะ
การรักษาและการดูแลผู้ป่วยโรคไต
แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรคและสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไต โดยเน้น
- ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
- ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ลดเค็ม ลดโปรตีนตามคำแนะนำแพทย์
- หลีกเลี่ยงยาที่อาจทำลายไต
- ติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ
ติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
- รับประทานอาหารรสไม่เค็มจัด
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนัก
- ไม่ใช้ยาหรือสมุนไพรโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง
ใส่ใจสุขภาพไตตั้งแต่วันนี้ “โรคไต” อาจเป็นภัยเงียบ แต่สามารถป้องกันและชะลอความรุนแรงได้ หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม คือกุญแจสำคัญในการดูแลไตให้แข็งแรงในระยะยาว “โรงพยาบาลพิษณุเวช พิจิตร” พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัย ดูแล และให้คำปรึกษาโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง เพื่อสุขภาพไตที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของทุกคน