Header

เพราะสุขภาพที่ดี.. เริ่มจากการตรวจที่ได้มาตรฐาน เตรียมตัวให้พร้อมมา Checklist ตรวจสุขภาพประจำปี ที่โรงพยาบาลพิษณุเวช พิจิตร ควรตรวจอะไรบ้าง?

ปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่และคนวัยทำงานมักเต็มไปด้วยพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการนอนดึก ความเครียดสะสม การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการรับประทานอาหารรสจัด ปิ้งย่าง และอาหารแปรรูปเป็นประจำ พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังและโรคร้ายแรงโดยไม่รู้ตัว แม้การออกกำลังกายสม่ำเสมอและการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยดูแลสุขภาพได้ในระดับหนึ่ง แต่โรคบางชนิดสามารถแฝงตัวอยู่โดยไม่แสดงอาการในระยะแรก การตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เรารู้เท่าทันความเสี่ยง วางแผนดูแลสุขภาพ และป้องกันโรคได้อย่างทันท่วงที

ทำไมต้องตรวจสุขภาพประจำปี?

การตรวจสุขภาพประจำปีช่วยให้ทราบถึงสภาวะร่างกายโดยรวม สามารถค้นหาความผิดปกติ หรือความเสี่ยงของโรคต่างๆ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งการตรวจที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามอายุ เพศ และปัจจัยเสี่ยงส่วนบุคคล หากตรวจพบความผิดปกติ แพทย์สามารถส่งต่อให้แพทย์เฉพาะทางเพื่อวาง แผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษา ลดความรุนแรงของโรค และลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาในระยะยาว

Checklist รายการตรวจสุขภาพพื้นฐานที่ควรตรวจ..!!

  • ตรวจร่างกายทั่วไป (Physical Examination) : การประเมินสภาพร่างกายโดยรวม แพทย์จะซักประวัติสุขภาพ ประวัติการเจ็บป่วยของคนในครอบครัว ประวัติการแพ้ยา และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ร่วมกับการตรวจร่างกายเบื้องต้น เช่น การวัดความดันโลหิต ชีพจร และการตรวจระบบต่างๆ เพื่อคัดกรองความผิดปกติในเบื้องต้น
  • วัดดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) : ประเมินความสมดุลระหว่างน้ำหนักและส่วนสูง เพื่อคัดกรองภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของหลายโรค
  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count : CBC) : ตรวจหาความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด เพื่อประเมินภาวะโลหิตจาง การติดเชื้อ ความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน และความเสี่ยงของโรคมะเร็งเม็ดเลือด
  • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar : FBS) : ประเมินความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและภาวะน้ำตาลในเลือดผิดปกติ
  • ตรวจระดับไขมันในเลือด : ตรวจคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ รวมถึงไขมันชนิดดี (HDL) และไขมันชนิดไม่ดี (LDL) เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง
  • ตรวจการทำงานของตับ : ตรวจค่าเอนไซม์และสารต่างๆ เพื่อประเมินภาวะตับอักเสบ ตับเสื่อม ภาวะไขมันพอกตับ และความผิดปกติของทางเดินน้ำดี
  • ตรวจการทำงานของไต : ตรวจเลือดเพื่อดูค่าครีเอตินิน (Creatinine) และค่า Blood Urea Nitrogen (BUN) เพื่อประเมินความสามารถของไตในการขับของเสียออกจากร่างกาย
  • ตรวจปัสสาวะ (Urine Examination) : ตรวจหาความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ รวมถึงโรคที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคเบาหวาน หรือการติดเชื้อ
  • เอกซเรย์ปอด (Chest X-Ray) : ตรวจหาความผิดปกติในทรวงอก เช่น วัณโรค โรคปอด และประเมินขนาดของหัวใจ
  • อัลตราซาวด์ช่องท้อง : ตรวจเพื่อหาความผิดปกติของอวัยวะที่สำคัญในช่องท้อง เช่น ตับ ไต ตับอ่อน ม้าม เส้นเลือดใหญ่ที่อยู่ภายในช่องท้อง รวมถึงมดลูกและรังไข่ในผู้หญิง และต่อมลูกหมากในผู้ชาย
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram : EKG) : ประเมินการทำงานของหัวใจขณะพัก เพื่อดูภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ การนำไฟฟ้าผิดปกติ หรือภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

การตรวจเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่มีอายุ 30‐40 ปีขึ้นไป หรือมีปัจจัยเสี่ยง

  • ตรวจคัดกรองมะเร็ง
    • การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม อายุ 30‐40 ปี แนะนำตรวจคัดกรองด้วยการทำอัลตร้าซาวด์เต้านม และอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
    • การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ควรตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง หรือตามที่สูตินรีแพทย์แนะนำ
    • การตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่ แนะนำตรวจ 5‐10 ปี หรือตามดุลยพินิจของแพทย์
  • ตรวจสมรรถภาพหัวใจ : เช่น การตรวจคลื่นเสียงหัวใจ (Echocardiogram) หรือการทดสอบสมรรถภาพการออกกำลังกาย (Exercise Stress Test)

ควรตรวจสุขภาพบ่อยแค่ไหน?

การตรวจสุขภาพเป็นประจำปีโดยทั่วไป แนะนำให้ตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือ 1‐2 ครั้งต่อปี และผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือไขมันในเลือดสูง ควรตรวจถี่ขึ้นตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม

การเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพประจำปี

  • พักผ่อนให้เพียงพอ : ควรนอนหลับอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อหลีกเลี่ยงค่าผลตรวจที่คลาดเคลื่อน
  • งดอาหารและเครื่องดื่ม : งดอย่างน้อย 8‐10 ชั่วโมงก่อนตรวจ สามารถจิบน้ำเปล่าได้เล็กน้อย และควรหลีกเลี่ยงอาหารหวานอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ : อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนตรวจ
  • สวมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการตรวจ : เพื่อความสะดวกในการเจาะเลือด เอกซเรย์ หรือเปลี่ยนเสื้อผ้า
  • ยาที่รับประทานประจำ : เช่น ยาควบคุมความดันโลหิต สามารถรับประทานได้ตามคำแนะนำแพทย์
  • เตรียมข้อมูลสุขภาพ : นำผลตรวจเดิมหรือรายงานทางการแพทย์มาประกอบ หากมีโรคประจำตัว

ข้อควรระวังสำหรับสุภาพสตรี

  • ควรหลีกเลี่ยงการตรวจในช่วง 7 วันก่อนหรือหลังมีประจำเดือน โดยเฉพาะการตรวจปัสสาวะ
  • การตรวจแมมโมแกรม ควรตรวจหลังหมดประจำเดือน เพื่อลดความเจ็บและเพิ่มความแม่นยำ กรณีสงสัยว่าตั้งครรภ์ โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนตรวจ เพื่อหลีกเลี่ยงการเอกซเรย์